เลขที่สัญญา      :  ๑๑๑๒๒๒๔๔๔๔๔

นักวิจัย             : รองศาสตราจารย์ วิจัย ใจดี

หน่วยงาน         : ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุ

ทุนวิจัย             : งบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๐๒๕

ปีงบประมาณ    : ๒๐๒๕

แผนงานหลัก    : การพัฒนา

แพลตฟอร์ม      : ตัวอย่าง

โปรแกรม          : ตัวอย่าง

Flagship           :

วันที่เริ่มต้น        : ๑ มิถุนายน ๒๐๒๕

วันที่สิ้นสุด         : ๓๑ พฤษภาคม ๒๐๒๖

ระยะเวลา           : ๑ ปี

สถานที่ทำวิจัย   นครปฐม

โครงการตัวอย่างวิจัย

ชื่อโครงการ

การพัฒนาต้นแบบ โครงการตัวอย่างวิจัย

คำสำคัญ

การพัฒนาบุคลากรแพทย์, สมรรถนะทางการแพทย์, รูปแบบการฝึกอบรม, คุณภาพการดูแลผู้ป่วย

บทคัดย่อ

      การพัฒนาบุคลากรแพทย์เพื่อเพิ่มสมรรถนะการดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤต: กรณีศึกษาโรงพยาบาลศูนย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

       การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

(๑) ศึกษาความต้องการและสมรรถนะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของบุคลากรแพทย์

(๒) พัฒนารูปแบบหรือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะ และ (3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาบุคลากรแพทย์ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แพทย์ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์ จำนวน [ใส่จำนวน] คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ [ใส่ระเบียบวิธีสุ่ม เช่น แบบแบ่งชั้นภูมิ] เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามความต้องการการพัฒนาบุคลากร หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ และแบบประเมินสมรรถนะทางคลินิก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า:

  1. ความต้องการในการพัฒนา: บุคลากรแพทย์มีความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะด้าน [ระบุทักษะ เช่น การแพทย์แม่นยำ/เทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์] อยู่ในระดับมากที่สุด

  2. รูปแบบการพัฒนา: รูปแบบการพัฒนาบุคลากรแพทย์ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

    (1) การเรียนรู้ภาคทฤษฎีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

    (2) การฝึกทักษะเสมือนจริงในสถานการณ์จำลอง

    (3) การนิเทศติดตามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ

    (4) การประเมินผลสะท้อนกลับแบบทันที

    ซึ่งผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด

  3. ประสิทธิผลของรูปแบบ: หลังการเข้าร่วมการพัฒนา บุคลากรแพทย์มีคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะทางคลินิกและความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานสูงกว่าก่อนการเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ อัตราความผิดพลาดทางการแพทย์ลดลงร้อยละ [ใส่ตัวเลข] ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ